http://www.charming-amulets.com
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  |  
 ตะกร้าสินค้า (0)  |  
 

                                                      










                                                      "มงคลชีวิต ๙ ประการ"

   "๑. ซื่อตรง"

                 "ข้อนี้สำคัญมาก บุคคลใด หรือฝ่ายใดก็ตาม ถ้าขาดความซื่อตรงเสียแล้ว ก็จะเกิดความเสื่อมโทรมเสียหาย เกิดเรื่องเดือดร้อน เกิดความไม่สงบ เกิดความระแวงไม่ไว้วางใจ ขาดความเชื่อถือ ขาดความนิยม เกิดความโกรธเคือง อาฆาตแค้น เกิดความเกลียดชัง ดูถูกดูหมิ่นกัน กฏธรรมชาติมีอยู่ว่า บุคคลใดซื่อตรงเป็นบุคคลที่น่าคบค้าสมาคม มีเสน่ห์ ใคร ๆ ก็ชอบคบค้าสมาคมกับคนซื่อตรง ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความซื่อตรงเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

   "๒. สะอาด"

                 "ข้อนี้สำคัญมากอีกข้อหนึ่ง เพราะความสะอาดทำให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เชื้อโรคเกิดจากความสกปรก เมื่อเรามีความสะอาด เชื้อโรคก็เกิดขึ้นไม่ได้ เราก็มีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ บ้านเรือนที่สะอาด ก็เป็นบ้านเรือนที่น่าอยู่อาศัย ใคร ๆ ก็ชอบบ้านเรือนที่สะอาด เสื้อผ้าที่สะอาด ก็เป็นเสื้อผ้าที่น่าสวมใส่ น่าดู น่าชม ใคร ๆ ก็ชื่นชม ใคร ๆ ก็ชอบใช้เสื้อผ้าที่สะอาด"

                  "บุคคลใดเป็นคนสะอาด ก็เป็นคนที่น่าคบค้าสมาคม เพราะใคร ๆ ก็ชอบคบค้าสมาคมกับคนสะอาด ยิ่งกว่านั้นความสะอาดยังส่อแสดงให้เห็นถึงชีวิตจิตใจ การศึกษา และบุคลิกภาพ โบราณท่านสอนว่า ดูวัดให้ดูฐาน ( ส้วม ) ดูบ้านให้ดูครัว วัดใดส้วมสะอาด แสดงว่าวัดนั้นพระขยัน วัดใดส้วมสกปรก แสดงว่าวัดนั้นพระขี้เกียจ บ้านใดครัวสะอาด แสดงว่าแม่ครัว หรือลูกสาวบ้านนั้นขยัน บ้านใดครัวสกปรก แสดงว่าแม่บ้านหรือลูกสาวบ้านนั้นขี้เกียจ เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความสะอาดเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

    "๓. ขยัน"

                   "ข้อนี้ก็สำคัญอีกข้อหนึ่ง เพราะความขยันเป็นเครื่องผลักดันชีวิตให้เจริญก้าวหน้าไปสู่ความมั่งคั่ง บรรดาบุคคลสำคัญของโลกได้ประสบความรุ่งโรจน์ เพราะอาศัยความขยันเป็นเครื่องช่วยผลักดันชีวิต คือ"

                   " - ขยันศึกษา คือ ศึกษาเล่าเรียนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมีโอกาสศึกษาได้ตามฐานะและกำลังทรัพย์ ในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ เราเรียกว่า ศึกษาตลอดชีวิตจนถึงวาระสุดท้าย คือ ความตาย"

                    "- ขยันคิด คือ คิดให้ดีที่สุด คือหาทางก้าวหน้าอยู่เสมอ คิดสร้างสรรค์พัฒนา พลิกแพลงให้ดีขึ้น และคิดแก้ไข ปรับปรุงตนเองว่ามีจุดดี หรือเลวอย่างใดบ้าง"

                    "- ขยันพูด โบราณสอนว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี ข้อนี้คือพูดให้ดีที่สุด พูดให้ถูกกาละเทศะ พูดให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ทางพระท่านเรียกว่า ปิยวาจา หรือ มธุรสวาจา"

                    "- ขยันทำ คือ ทำให้ดีที่สุดจนสุดความสามารถ เวลาเป็นเงินเป็นทอง จงทำเวลาทุกนาที ทุกชั่วโมง และทุก ๆ วันให้เป็นประโยชน์มากที่สุด"

                     "- ขยันหา คือ หาความรู้ หาความชำนาญ หาความดี ความชอบหาทางก้าวหน้า หาทรัพย์สินเงินทอง หาหลักฐาน หามิตรสหาย หาพระสงฆ์องค์เจ้า หานักปราชญ์ผู้รู้ดี รู้ชอบ คบแต่คนดี ๆ หาชื่อเสียง หาประโยชน์ ทางสุจริต หาความเจริญก้าวหน้า เป็นต้น อย่าหายใจทิ้งไปวัน ๆ ทางพระท่านตำหนิว่าเป็น โมฆะบุรุษ บางครั้งท่านให้ศัพท์ค่อนข้างรุนแรง ว่าเสียชาติเกิด หรือ รกโลก เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความขยันเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

    "๔. ใช้จ่ายพอสมควรแก่ฐานะ"

                      "ข้อนี้สำคัญมากอีกข้อหนึ่ง ถ้าเราใช้จ่ายเกินฐานะเกินรายได้ก็จะมีแต่ความทรุดโทรม และพินาศล่มจม ในที่สุดก็ดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ มีคนเป็นจำนวนมากที่ต้องลำบากยากจนและเดือดร้อน เป็นหนี้เป็นสินเขาเพราะใช้จ่ายเกินฐานะ"

                      "จงประหยัดเพื่อใช้จ่าย และใช้จ่ายเพื่อประหยัด จะมั่งมีเพราะประหยัด จะอัตคัดเพราะฟุ่มเฟือย รูรั่วนิดเดียวยังทำให้เรือใหญ่จมได้ จงอดกลั่น อดทน อดออม แล้วจะไม่อดตาย คนรวยเพราะทำตัวจน คนขัดสนเพราะทำตัวร่ำรวย จงกินแต่พออิ่ม ชิมแต่พอดี เป็นหนี้แต่พอประมาณ อย่าเอาโรงแรมเป็นบ้าน อย่าเอาภัตตาคารเป็นครัว อย่ากินเกิน อย่าใช้เกิน อย่าเกินพิกัด เกินอัตรา เกินกำลัง เกินความจำเป็น รู้จักแก้จนด้วยการทำตัวต่ำ รู้จักลดขนาดตวามต้องการลง เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว สังคมและประเทศชาติ อย่าลืมว่าพลาดไปครั้งพังไปนาน เพราะฉะนั้น ขอให้ถือการใช้จ่ายพอสมควรแก่ฐานะเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

   "๕. งดเว้นสิ่งให้โทษ คือ"

                      "- สุราเมรัย เครื่องดองของเมา ( ยกเว้นกินกับยา )"

                      "- ฝิ่น มอร์ฟิน เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า ยาอี เป็นต้น"

                      "- การพนันขันต่อต่าง ๆ"

                      "- แหล่งอบายมุข ตลอดจนสถานเริงรมย์ ที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นดีที่สุด"

                      "ถ้าเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งให้โทษ ก็จะพาชีวิตของเราเสื่อมโทรมเสียหายพินาศเดือดร้อน ไม่เจริญก้าวหน้า เดินไปสู่ความตาย สู่ประตูคุกตะรางเข้าไปทุกที เพราะฉะนั้น ขอให้ถือการงดเว้นสิ่งให้โทษ เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

   "๖. ไม่ล่วงเกินผู้อื่นก่อน"

                      "ข้อนี้สำคัญมากอีกข้อหนึ่ง เพราะเรื่องราวเดือดร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ทะเลาะวิวาทกัน ตีกัน ทำร้ายกัน เข่นฆ่ากันนั้น เนื่องมาจากการล่วงเกินกันก่อนเป็นมูลเหตุ ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ล่วงเกินกัน หัดยอมเป็น ให้อภัยเสียบ้าง คิดเสียว่า โลกทั้งผองพี่น้องกัน รู้จักสามัคคี สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวร และเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย โกรธ คือโง่ โมโห คือบ้า อิจฉาริษยาเขา คือจุดไฟเผาตัวเอง อายุก็สั้นและตายเร็วด้วย"

    "๗. งดติดต่อคบค้าสมาคมกับคนไม่ดี"

                      "ข้อนี้ก็สำคัญมากอีกข้อหนึ่ง เพราะการติดต่อกับคนไม่ดี เป็นบันไดแรกนำไปสู่เรื่องราวเดือดร้อนวุ่นวาย ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากการติดต่อเป็นข้อแรก ถ้าเราติดต่อกับคนไม่ดี ก็จะมีแต่เรื่องยุ่ง ผิดหวัง เดือดร้อน เสียหาย เสื่อมโทรม พินาศ ขาดทุน อาจจะถึงแก่ชีวิตก็เป็นได้ รวมความว่า การติดต่อกับคนไม่ดี มีแต่ความเดือดร้อน เสียหาย ขาดทุน ไร้ประโยชน์ เสียเวลาด้วยประการทั้งปวง"

                       "ข้อสังเกตว่า คนใดจะดีหรือไม่ดีนั้น มีดังนี้ คือ"

                       "คนดี            ย่อมแสดงออก       ซึ่งความดี"

                       "คนชั่ว          ย่อมแสดงออก        ซึ่งความชั่ว"

                       "คนซื่อ         ย่อมแสดงออก         ซึ่งความซื่อ"

                       "คนคด         ย่อมแสดงออก          ซึ่งความคด"

                       "คนเลวทราม  ย่อมแสดงออก        ซึ่งความเลวทราม"

                       "หรือดูคนดี แบบ ๕ ดี คือ คิดดี ทำดี พูดดี คบคนดี และไปสู่สถานที่ดี ส่วนคนชั่ว คิดแต่เรื่องชั่ว ๆ ทำเรื่องชั่ว ๆ พูดเรื่องชั่ว ๆ คบแต่คนชั่ว ๆ และชอบไปสู่สถานที่ชั่ว ๆ เป็นต้น"

                       "คนไม่ดี มีนิสัย ดังนี้ คือ"

                       "๑. ไม่ซื่อตรง ( คิดคดเสมอ )"

                       "๒. ไม่รักษาคำพูด ( ที่ตกลงกันไว้ )"

                       "๓. โกหก ( ให้เสียหายเดือดร้อน )"

                       "๔. ปลิ้นปล้อน ตะลบตะแลง พวก ๑๘ มงกุฎ"

                       "๕. ยักยอก ฉ้อโกง เบียดบัง เอาเปรียบ"

                       "๖. ทรยศหักหลัง กินบนเรือน ถ่ายบนหลังคา เป็นต้น"

                       "๗. ไม่ทำตามเงื่อนไขสัญญา"

                       "๘. ใช้เล่ห์เหลี่ยม แกล้งให้เดือดร้อนเสียหาย"

                       "๙. กลับกลอกหลอกลวงให้เสียหาย เดือดร้อน"

                       "๑๐. ขาดความเกรงใจ ไร้มารยาท บีบคั้นเอาเปรียบ"

                       "เชื้อโรคเกิดจากความสกปรกฉันใด ความเสียหาย เดือดร้อน ก็เกิดจากความไม่ดีฉันนั้น โบราณท่านสอนว่า หลีกสัตว์ร้ายให้พ้นวา หลีกคนชั่วช้าให้ย้ายบ้านย้ายเรือน เพราะฉะนั้น ขอให้ถือหลักปฏิบัติงดการติดต่อกับคนไม่ดี เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

   "๘. กตัญญู กตเวที"

                      "คนเราเกิดมาชาติหนึ่ง ผู้มีพระคุณแก่เรา สรุปโดยย่อมี ๕ ประการเรียงลำดับจากสูงได้ดังนี้"

                      "- พระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ ผู้แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในความดี และประพฤติตนเป็นตัวอย่าง หรือเป็นที่พึ่งสูงสุด"

                      "- ชาติ กษัตริย์และรัฐธรรมนูญ ผู้ให้สิทธิคุ้มครองความยุติธรรม ความมีหลักฐาน ถิ่นที่อยู่อาศัย"

                      "- บิดา-มารดา-ปู่-ย่า-ตา-ยายผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดูรักษาให้ความสุข ความเจริญและหลักฐานของชีวิต"

                      "- ครูบาอาจารย์ ผู้สั่งสอนศิลปวิทยาการ ทั้งหลายให้ความเจริญรุ่งเรืองและป้องกันในทิศทั้งหลาย"

                      "- ญาติ พี่น้อง มิตรสหาย เจ้านายผู้บังคับบัญชาเหนือตน ผู้ให้ความอุปการะและเลี้ยงดู สนับสนุน ส่งเสริมให้เราเจริญรุ่งเรือง"

                      "ผู้มีพระคุณ ทั้ง ๕ ประการ ที่กล่าวมานี้ บุคคลผู้เจริญแล้วทั้งหลาย ต้องรู้จักบุญคุณและหาทางสนองตอบบุญคุณ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ อย่าให้ใครมาตำหนิท่านว่าเป็นคนเนรคุณ หรือลูกทรพี ความกตัญญู-กตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี ที่โลกต้องการบุคคลประเภทนี้ นักปราชญ์ทั้งหลายท่านกล่าวสรรเสริญยกย่องว่า ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เทวดาฟ้าดินย่อมคุ้มครองรักษาเสมอ เพราะฉะนั้น ขอให้ถือเรื่องความกตัญญู-กตเวที เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญของชีวิต"

    "๙. รู้จักหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด"

                      "คนเรามีหน้าที่แตกต่างกันตาม เพศ วัย และการงาน ใครจะอยู่ในหน้าที่อะไรก็ตาม ก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เต็มศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ โดยไม่มุ่งผลตอบแทนเกินไป ให้ทำหน้าที่ด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เป็นเกมกีฬาอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขขณะทำงาน แต่คนส่วนมากมีแต่ความอยากได้แต่ไม่อยากทำ อยากรวย อยากสบาย แต่ไม่อยากทำ อยากได้ดีแแต่ไม่อยากสะสมความดี"

                       "จากข้อสังเกตของข้าพเจ้าเป็นเวลายาวนาน คนที่เสียชื่อเสียง เสียผู้เสียคน เสียอนาคต ถูกลงโทษ ลงทัณฑ์ ถูกปลด ถูกไล่ออก ถูกย้าย ถูกถอดถอนจากยศ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ติดคุกติดตะราง ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อน ก็เพราะไม่รู้จักหน้าที่ ไม่ทำตามหน้าที่ ดูถูกหน้าที่ ละทิ้งหน้าที่ของตนเองแทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ขอให้ถือการรู้จักหน้าที่และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

                       "ท่านผู้ใดปฏิบัติได้ครบทั้ง ๙ ประการนี้ รับรองว่าชีวิตก็มีแต่ความสุข ความเจริญ อยู่ที่ไหนใครก็รัก จากไปเขาก็เสียดาย ตายไปก็มีคนร้องไห้คิดถึง"

บทความอ้างอิงจากหนังสือธรรมแจกทาน พระพุทธโสธร มงคลชีวิต ๙ ประการ วิธีแก้กรรม-สะเดาะเคราะห์

                       "นามผู้สร้าง"

                       "นายอำ-นางหง งามประเสริฐชัย และครอบครัว"

                       "นายธนกฤต-นางนาถลดา งามประเสริฐชัย และครอบครัว"

                       "นายสมชาย งามประเสริฐชัย และครอบครัว"

                             "นางอุดมศรี หุตะสิทธิ์ และครอบครัว"

                       "น.ส. อัญชลี, น.ส. นุชสรา แซ่เฮ้า และครอบครัว"

                       "นายสมบูรณ์-นางนิตยา จารุโกมล และครอบครัว"

                       "น.ส. วรรณี แขกนวม และครอบครัว"

                       "นายธีระพล มูลแก่น และครอบครัว"

                       "น.ส. นิภาพร วชิราชัย และครอบครัว"

                       "นายสมศักดิ์ วณิชชากรพร และครอบครัว"

                       "นายสมบัติ แซ่หว่อง และครอบครัว"

                       "น.ส. ธนิภา อั้งสุวรรณ และครอบครัว"

                       ผมขออนุญาตนำบทความมาเผยแพร่และแจกทานในนามของทุก ๆ ท่านทั้งหลายที่กล่าวมานี้ครับ เพื่อเป็นการทำทานให้ท่าน ผม และทุก ๆ ท่านที่น้อมนำปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตของทุก ๆ ท่านครับ

 


Bookmark and Share



Online: 2 Visits: 2,925,418 Today: 144 PageView/Month: 188,041